back.jpg6.jpgnext.jpg


เหรียญราชอิสริยาภรณ์ที่นับเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เหรียญราชอิสริยาภรณ์อันเป็นบำเหน็จความชอบในความกล้าหาญ

.jpg
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญความชอบในราชการสงครามขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2425 สำหรับพระราชทานแก่ผู้ที่ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในงานพระราชสงครามนั้นๆ ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญดุษฎีมาลา เข็มกล้าหาญ ใช้อักษรย่อว่า รดม. ห. ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เพื่อพระราชทานแก่นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผู้น้อย ทั้งบก เรือ และข้าราชการในกองทัพ กะลาสี ขุนหมื่น กรมการ ไพร่หลวง ไพร่สม ทั้งหลาย ที่ได้ต่อสู้ข้าศึกศัตรูแห่งราชอาณาจักร โดยความภักดีต่อแผ่นดินและราชการ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญปราบฮ่อ เทื่อ พ.ศ.2427 สำหรับพระราชทานทานผู้ไปร่วมรบในการปราบกบฮ่อ ซึ่งมีขึ้นหลายคราว
ต่อมาในราชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญที่ระลึกงานพระราชสงครามทวีปยุโรปสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความกล้าหาญสำหรับผู้ไปร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 ณ ประเทศฝรั่งเศส

เหรียญราชอิสริยาภรณ์อันเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดิน

.jpg
แต่เดิมนั้น การพระราชทานเหรียญราชอิสริยาภรณ์ที่พระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดิน ตามที่ปรากฏในหนังสือตำนานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สยาม พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ระบุว่า “เหรียญสำหรับความชอบในราชการ” ทรงสร้างขึ้นทั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 6) ได้แก่
1. เหรียญจักรมาลา (พ.ศ.2412)
2. เหรียญบุษปมาลา (พ.ศ.2412)
3. เหรียญดุษฎีมาลา (พ.ศ.2425)
4. เหรียญจักรพรรดิมาลา (พ.ศ.2436)
5. เหรียญราชินี (พ.ศ.2440)
6. เหรียญตราวชิรมาลา (พ.ศ.2454)
7. เหรียญราชนิยม (พ.ศ.2455)
ในปัจจุบันตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องลำดับเกียรติยศเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย พ.ศ.2536 ได้กำหนดให้แบ่งประเภทเหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการ ดังนี้
1. เหรียญบุษปมาลา (พ.ศ.2412)
2. เหรียญจักรมาลา (พ.ศ.2412)
3. เหรียญดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยา (พ.ศ.2425)
4. เหรียญจักรพรรดิมาลา (พ.ศ.2438)
5. เหรียญศารทูลมาลา (พ.ศ.2468)
6. เหรียญช่วยราชการเขตภายใน (พ.ศ.2484)
7. เหรียญช่วยราชการชายแดน (พ.ศ.2497)
8. เหรียญลูกเสือสรรเสริญ (พ.ศ.2507)
9. เหรียญลูกเสือสดุดี (พ.ศ.2507)
อนึ่ง เหรียญของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่นๆ ได้กล่าวรวมกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นๆ

เหรียญราชอิสริยาภรณ์อันเป็นบำเหน็จความชอบในพระองค์พระมหากษัตริย์

.jpg
เป็นเหรียญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ละรัชกาลทรงพระกรุณาให้สร้างสำหรับพระราชทานผู้จงรักภักดี ตามพระราชอัธยาศัย ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งราชการ มี 2 ชนิดที่สำคัญ คือ เหรียญรัตนาภรณ์ และ เหรียญราชรุจิ

เหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึก

.jpg
เหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึกนี้ ได้มีต้นเค้ามาตั้งแต่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แล้ว ปรากฏหลักฐานในหนังสือ “ ตำนานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สยาม” ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเรียบเรียงไว้มีความตอนหนึ่งว่า “...อีกอย่าง 1 นั้น เมื่อเฉลิมพระชันสาครบ 60 ปี บริบูรณ์ ในปีขาล พ.ศ. 2407 ทรงสร้างเหรียญตามพระมหามงกุฎขึ้นเป็นที่ระลึก ทำด้วยทองคำอย่าง 1 ทำด้วยเงินอย่าง 1 พระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการเหรียญนี้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทำเป็นเครื่องประดับติดเสื้อได้ตามอัธยาศัย...”
ส่วนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ริเริ่มให้มีการสร้างเหรียญบรมราชาภิเษก สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึกเมื่อ พุทธศักราช 2454 และได้มีการสร้างเหรียญบรมราชาภิเษกนี้ในรัชกาลต่อ ๆ มา (ยกเว้นในรัชกาลที่ 8) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญชัย (นารายณ์บันฦๅชัย) สำหรับเป็นเหรียญที่ระลึกของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยใช้สีแพรแถบเหมือนกับทุกประเทศที่ได้รับชัยชนะในสงคราม
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “เหรียญบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 7” (พุทธศักราช 2468) และ “เหรียญเฉลิมพระนคร 150 ปี” ในโอกาสงานสมโภชฉลองการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ 150 ปี ในปีพุทธศักราช 2475
สำหรับในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “เหรียญบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 9” (พุทธศักราช 2493) และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บุคคลทั่วไปมีสิทธิที่จะจัดหาเหรียญที่ระลึกต่าง ๆ มาประดับได้ตามพระราชบัญญัติ